MIA 30 DC – Day 2 Goal Based Investment เรามาลงทุนเพื่อเป้าหมายกัน
MIA 30 DC – Day 2 Goal Based investment เรามาลงทุนเพื่อเป้าหมายกันเถอะ ไม่ว่าเริ่มทำอะไร เราควรอย่างน้อยกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด เท่าที่ทำได้ เพื่อโอกาสสำเร็จที่มากขึ้น และผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น การลงทุนก็เช่นกัน ก่อนจะไปจัดพอร์ต เลือกสินทรัพย์ หรือแม้แต่เทรดดิ้งเพื่อเก็งกำไร การรู้ถึงผลตอบแทนที่เราพอใจ “อ้อง่ายนิดเดียว เป้าหมายคือ กำไรเยอะที่สุดไงล่ะ” ผลตอบแทนสูง ๆ ใครก็อยากได้ และถ้าได้อ่านบทความก่อนหน้านี้ก็จะพบว่า มันพอหาทำได้แหละ แต่ผลตอบแทนที่สูงจะตามมาด้วยความเสี่ยง โอกาสขาดทุนที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เพื่อน ๆ พอร์ตไม่พังกลางทาง ไม่ลงทุนเสี่ยงมากเกินพอดี หรือเสี่ยงต่ำไปจนไม่เข้าเป้า ได้รู้ว่ามันกำลังเดินเข้าไปถึงเป้าหมายของเพื่อน ๆ หรือไม่ ลดความกังวลระหว่างทางลงได้ ผลของการกำหนดเป้าหมาย จะคำนวณกลับมาเป็นผลตอบแทนที่สอดคล้องความเป็นจริง มากขึ้น เช่น นักลงทุน เงินต้น เป้าหมาย ระยะเวลา ผลตอบแทนที่ต้องการ (ต่อปี) สมหวัง 1 ล้านบาท 5 ล้านบาท 20 ปี 8.50 % ผิดหวัง 1 ล้านบาท 5 ล้านบาท 5 ปี 38.00 % คาดหวัง 1 ล้านบาท 5 ล้านบาท 30 ปี 5.60 % นาย สมหวัง เงินลงทุน 1 ล้านบาท ต้องการ เกษียณในอีก 20 ปี ข้างหน้า เป้าหมายเงิน ณ วันเกษียณ 5 ล้านบาท ต้องลงทุนสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 8.5% ต่อปี >> เป็นไปได้ นาย ผิดหวัง เงินลงทุนเท่ากัน เป้าหมายเดียวกัน แต่ต้องการเกษียณใน 5 ปี ผลตอบแทนที่ต้องทำคือ 38% ต่อปี >> เป็นไปได้ยากมาก ถึงขั้นไม่ได้เลย นาย คาดหวัง เงินลงทุนเท่ากัน เป้าหมาย 5 ล้านเหมือนกัน แต่เริ่มลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ มีเวลา 30 ปี ผลตอบแทนที่ต้องการคือ 5.6% เท่านั้น หรืออาจจะเลือกลงทุนด้วยแผนเดียวกันกับนายสมหวัง เงินลงทุนจะเติบโตเกินเป้าหมายไปได้ถึง 11.5 ล้าน แต่ที่แน่ ๆ นายคาดหวัง ไม่จำเป็นต้องลงทุนเสี่ยงสูงถึง 38% ต่อปี ซึ่งมีความผันผวนและอาจท้อใจเลิกกลางคันไปเสียก่อนได้ (สูงพอเข้าเป้า แต่ต้องไม่สูงเกินจำเป็น) อายุมากแล้ว ยังจำเป็นอยู่หรือ ? ทำไรไม่ได้แล้วไหม ?ไม่มีใครสายเกินไปจะตั้งเป้าหมาย ผมคิดว่ามันคือการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เพียงพอต่อแผนในอนาคต ตามส่วนผสมของ MRT ที่เราจะคุยกันต่อไปในวันต่อไป เพื่อน ๆ ทุกคนควรมีพอร์ตการลงทุนที่เดินหน้าสู่เป้าหมายอยู่เสมอ ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเดินช้าแค่ไหนก็ตาม ในขณะเดียวกันก็ไม่มีการเริ่มลงทุนที่เร็วเกินไปเช่นกัน (ขออายุเกิน 20 ปีก่อนนะ ถ้าจะเปิดบัญชีของตัวเอง) เพราะเราคงไม่อยากมานึกเสียดายทีหลัง พลาดโอกาสของผลตอบแทนทบต้นที่ผ่านไปอย่างเงียบ ๆ ทุกปี รู้แล้วว่าต้องทำ แนะนำอย่างไร ? จากการสรุปจากหลายบทความ ผมคิดว่าหลัก SMART นำมาใช้กับเป้าหมายทางการเงินได้ S-M-A-R-T ความหมาย คำอธิบาย / ตัวอย่าง Specific มีความชัดเจน เฉพาะเจาะจง ลงรายะเอียดให้มาก เช่น แผนเกษียณคือ อยู่ที่ไหน อยู่กับใครบ้าง จะอยู่ถึงอายุเท่าไหร่ ใช้เงินวันละเท่าไหร่ เที่ยวปีละกี่ครั้งที่ไหน ใน นอกประเทศ ออกแบบได้เลยครับ แต่ขอให้ชัดเจน Measurable วัดผลได้ คือหลังจากฝัน (วางแผน) แล้วก็ถึงเวลาตีออกมาเป็นตัวเงินที่ต้องมี ต้องใช้ แบบไม่ต้องพึ่งพาใคร จนถึงวันที่มีเหตุให้ต้องจากไป วัดได้ว่าเงินเติบโตได้ตามควร ตามระยะเวลาที่ผ่านไปไหม Achievable พอทำได้ พอเป็นไปได้ ไม่ใช่เป็นเศรษฐีหมื่นล้าน ติดอันดับโลก ดูพื้นฐานความเป็นจริงของตัวเราในปัจจุบันด้วย จะได้ไม่เป็นเป้าที่ใหญ่ หรือไกลจนเกินไป ท้อและเลิกระหว่างทาง (จะตั้งเพื่อ !?) Relevant มีความสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ความชอบ ตัวตนของเรา เพื่อให้มีแรงกระตุ้นระหว่างทาง เชื่อมโยงตัวเองกับเป้าหมายได้ เช่น ชอบปั่นจักรยาน ก็ลองหาบ้านที่อยู่ตอนเกษียณ ให้มีทางจักรยานอยู่ใกล้ ๆ Time-Based กำหนดเวลา Deadline ชัดเจน เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ระหว่างทาง ถ้าไม่มี Deadline งานส่วนใหญ่มักไม่เสร็จ จริงไหมครับ ? กำหนดปีที่จะเกษียณให้ชัดเจนไปเลย หรือถ้าชอบทำงาน ก็กำหนดปีที่จะลดภาระการทำงานลง 40 50 60 ว่าไป ถ้าเพื่อน ๆ มีเป้าหมายมากกว่าหนึ่ง ลองแบ่งเป็นหมวดหมู่ด้วย ระยะเวลา เช่น สั้น 1 – 3 ปี (ท่องเที่ยว ดาวน์รถ) เป้ากลาง 3 – 10 ปี (ซื้อบ้าน,เรียนต่อ) และเป้าไกล 10 ปี ขึ้นไป (เกษียณ, เปิดกิจการ) ซึ่งจะช่วยให้วางแผนการลงทุนในขั้นต่อ ๆ ไปได้เหมาะสมยิ่งขึ้น ผลตอบแทนคาดหวังควรเป็นเท่าไหร่ ? มีวิธีคำนวณง่าย ๆ ไหม ? เดี๋ยวนี้เครื่องมือมีมากมาย แถมยังฟรีอีกด้วย ถ้าแบบอยากลองวางแผนและหาตัวเลข % การเติบโตต่อปีที่ต้องทำให้ได้ จากการลงทุนสามารถเข้าไปที่ https://www.fncalculator.com/financialcalculator?type=tvmCalculator การตั้งเป้าหมายทำให้บริหารพอร์ตดีขึ้นอย่างไร ? เกี่ยวไหม ? จากประสบการณ์การบริหารเงินลงทุนของลูกค้าและของตัวเอง เป้าที่ชัดเจนมีผลต่อการบริหารเงินลงทุนดังนี้ ลดการปรับพอร์ตไปมา ซื้อขายไปตามเทรนด์ หรือกระแสการลงทุนที่น่าสนใจเพียงชั่วคราว หากเพื่อน ๆ ตั้งเป้าที่ผลตอบแทนสูงสุด แน่นอนว่าการลงทุนจะมีโอกาสเกิดขึ้นใหม่ ดูน่าสนใจอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น AI หรือ Crypto Currency แต่การไล่ล่าผลตอบแทนที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ อาจทำให้พลาดโอกาสเติบโตในระยะยาวได้ ถ้าของเดิมที่ทำได้อยู่มันพอเพียง ก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเพิ่มเติม ถ้ามันดูทรงจะไม่ใช่ทาง หรือมีเวลาศึกษาไม่มากพอ วางสัดส่วนการลงทุน บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น การกระจายเงินลงทุนตามสัดส่วน โดยเน้นความสม่ำเสมอของการเติบโต มากกว่าผลตอบแทน จะทำได้ง่ายขึ้นถ้ามี % อัตราผลตอบแทนคาดหวังที่ชัดเจน ความเสี่ยงที่พอดี ทำให้เงินลงทุนอยู่ในตลาดได้นานขึ้น และนำมาซึ่งโอกาสสำเร็จที่มากขึ้น ตามสถิติของ P. Morgan ไม่กังวลใจ ไม่รีบร้อน มีเวลาในการโฟกัส ลงรายละเอียดในสินทรัพย์ หุ้น หรือเทรนด์การลงทุนที่น่าสนใจ ในเชิงลึกได้มากขึ้น ในขณะที่เงินก็ทำงานไปพร้อมกันได้ เมื่อศึกษาจนพร้อม สามารถหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่สูงกว่าสินทรัพย์เดิม (อย่างเช่น ดัชนี S&P500) ได้ ค่อยแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุน หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้พอเห็นภาพของการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนใน Day 1 ไปแล้ว วันนี้ผมคิดว่าทุกคนจะได้ภาพที่ชัดเจนว่า “จะลงทุนไปเพื่อเป้าหมายอะไร เราต้องการผลตอบแทนที่เหมาะสมเท่าไหร่” จากนี้เราจะไปหาคำตอบกันว่า ด้วยเป้าหมายนี้ ควรลงทุนด้วยพอร์ตสัดส่วนหน้าตาประมาณไหนกันในวันต่อไปครับ MIA Tips เทคนิค เพิ่มโอกาสความสำเร็จ ตั้งเป้าหมายแล้วอย่าเก็บไว้คนเดียว งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พิสูจน์ให้เห็นว่า คนที่เขียนแผนลงบนกระดาษ แปะไว้ข้างฝา หรือบอกให้เพื่อน ๆ รอบตัวรู้ มีโอกาสทำสำเร็จสูงถึง 70% เทียบกับคนที่วางแผนในอากาศและเก็บไว้กับตัวเอง จะสำเร็จเพียง 35% เท่านั้น เริ่มตั้งเป้าหมายวันนี้เลย Previous Post

